By | March 6, 2018
สมาธิสั้น แต่อยากอ่านหนังสือได้ยาวๆ ทำไงดี?!

สมาธิสั้น แต่อยากอ่านหนังสือได้ยาวๆ ทำไงดี?!
สมาธิสั้น แต่อยากอ่านหนังสือได้ยาวๆ” ทำไงดี?!
1. ไม่มีสมาธิขณะเรียน หรือทำกิจกรรมอื่นๆ
2. วอกแวกง่าย ขี้ลืมบ่อยๆ
3. หลีกเลี่ยงงาน การบ้าน ที่ต้องใช้ระบบความคิดเยอะๆ
4. ทนกับความเครียด หรือความกดดันไม่ค่อยได้
5. ชอบทำอะไรหลายๆ อย่างพร้อมกัน แต่ไม่สำเร็จสักชิ้น
6. บริหารเวลาตัวเองไม่ได้
7. เบื่อง่าย อยู่กับที่ได้ไม่นาน
8. ต้องการสิ่งกระตุ้น หรือต้องมีแรงจูงใจ เพื่อให้ทำสิ่งใดสิ่งนึงอยู่เสมอ
9. อยู่นิ่งไม่ค่อยได้
10. ผลการเรียนตกอย่างต่อเนื่อง

หากน้องๆ มีอาการเหล่านี้เกินกว่า 6 ข้อขึ้นไป มีโอกาสเสี่ยงจะเป็น “โรคสมาธิสั้น” หรือ Attention-decit hyperactivity disorder (ADHD) เป็นภาวะบกพร่องในการทางหน้าที่ ของสมองที่มีอาการหลักเป็นความผิดปกติทางด้านพฤติกรรมใน 3 ด้านหลักๆ
1) ขาดสมาธิที่ต่อเนื่อง (inattention)
2) ซนมากกว่าปกติหรืออยู่ไม่นิ่ง (hyperactivity)
3) ขาดการยั้งคิดหรือหุนหันพลันแล่น (impulsivity)

โดยตามสถิติพบว่า เด็กวัยเรียน 10 ล้านคน ในประเทศไทยจะพบเด็กที่เป็นโรคสมาธิสั้น 500,000 คนหรือประมาณ 1-2 คน ในแต่ละชั้นเรียนที่มีเด็กนักเรียน 40-50 คน ซึ่งพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง

สมาธิสั้น แต่อยากอ่านหนังสือได้ยาวๆ ทำไงดี?!
อาการของโรคสมาธิสั้นมักจะแสดงอาการมากขึ้น เมื่อผู้ป่วยต้องทำกิจกรรมที่ไม่ชอบ หรือต้องอยู่นิ่งๆ กับที่นานๆ เช่น อ่านหนังสือ, เล่นกีฬา, แต่สามารถทำกิจกรรมบางอย่างได้นาน หากมีการกระตุ้น เร้าใจอย่างต่อเนื่อง เช่น ดูโทรทัศน์, เล่นเกม ฯลฯ

ถ้าเรายังไม่ได้ป่วยจนกระทบผลการเรียนมากขนาดนั้น แต่ก็มีผลต่อการอ่าน หนังสือโดยเฉพาะช่วงนี้เป็นฤดูกาลก่อนสอบ เราจะทำอย่างไรดีล่ะ? ถ้า (อาจ) เป็นโรคสมาธิสั้น แต่อยากอ่านหนังสือได้ยาวนานมากขึ้น ลองทำตาม 4 สเต็ปต่อไปนี้

1. เปลี่ยนสถานที่อ่านหนังสือ วิธีนี้ใช้ได้ผลมากที่สุด แทนที่จะอ่านหนังสือแต่ที่บ้าน หรือโรงเรียน
ลองเปลี่ยนบรรยากาศไปนั่งตาม Zone study ที่จัดไว้เพื่อนักเรียนโดยเฉพาะ, นั่งตามร้านนม ร้านขนม ที่มีผู้คนแวะเวียนมาอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้บรรยากาศรอบตัวเราไม่หยุดนิ่งจนน่าเบื่อ, ร้านกาแฟชิคๆ ที่ออกแบบมา เพื่อต้อนรับวัยอย่างเราโดยเฉพาะ สิ่งเร้ารอบตัวกับบรรยากาศที่ แตกต่างไปจากเดิม จะช่วยให้เราอยากอ่านหนังสือมากขึ้น และเหมาะกับการผ่อนคลายได้ ในบางเวลา

2. หากลุ่มเพื่อนรู้ใจ
เราต่างมีเพื่อนหลายแบบหลายสไตล์ และมีเพื่อนที่เหมาะกับกิจกรรมแตกต่างกันออกไป ในชีวิตเรา แต่ถ้าเรารู้ตัวเองว่าเข้าขั้นเสี่ยงเป็น “โรคสมาธิสั้น” แล้วล่ะก็ กลุ่มเพื่อนเรียน กลุ่มเพื่อน นักติว กลุ่มเพื่อนชอบอ่านหนังสือ ช่วยเราได้ เพราะการที่เราอยู่ใกล้คนที่มีพฤติกรรมแบบไหน เรามักจะเลียนแบบพฤติกรรมนั้น โดยไม่รู้ตัว “การอ่านหนังสืออยู่ในกลุ่มคนที่ชอบอ่านหนังสือ” ก็เช่นกัน

3. เพิ่มพลังสมอง
ทางการแพทย์เชื่อว่าโรคสมาธิสั้น เกิดได้จากหลายปัจจัย โดยมีปัจจัยทางพันธุกรรม เป็นหลัก นอกจากนี้ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม อื่นๆ ก็ทำให้เกิดโรคนี้ได้ แต่ไม่มีความจำเป็นที่เราต้อง กลัว มื้อต่อไปลองให้ของขวัญกับสมองเราดู เช่น ปลาทะเลน้ำลึก, เมนูที่มีกรดโอเมก้า 3, ผักใบเขียว ฯลฯ สารอาหารจากกลุ่มอาหารเล่านี้ มีส่วนช่วยเพิ่มพลังสมองให้เราได้ รับรองว่าถ้าสมองแล่นซะอย่าง จะโรคไหนๆ ก็เอาอยู่!

4. กล้าพูดความจริงๆ
โรคสมาธิสั้น ไม่ใช่เรื่องร้ายแรงแต่อย่างใด แต่หากอาการหนักจนเกินจะรับมือไหว ผลการเรียนตกอย่างต่อเนื่อง อ่านหนังสือได้ไม่เกิน 5 หน้า ฯลฯ เรียกว่าอาการเริ่มส่งผลต่ออนาคตเราแล้ว ลองบอกความจริงกับสิ่งที่เราเป็นกับพ่อแม่ผู้ปกครองดู เพื่อร่วมกันหาทางรักษาหาทางออก เพราะปัจจุบันมีการรักษาหลายรูปแบบ ที่ช่วยบรรเทาอาการของโรค สมาธิสั้น ได้